”ผู้ปิดทองหลังพระ....เขาคือใคร?”
พระประธาน ในพุทธสถานวัดเชิงท่า-หน้าโบสถ์ ปากเกร็ด นนทบุรี
"พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศ ภูมิพลอดุลยเดช มหาราชบรมนาถบพิตร
ทรงมีพระราชดำรัสแก่กรมชลประทาน
“ปฏิบัติงานของกรมชลประทานเหมือนการปิดทองหลังพระหากแต่เมื่อปิดไปนานๆ ทองก็จะไหลออกมาหน้าพระเอง”
"กรมชลประทาน" กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เราว่าเป็น หน่วยงานชาวเกษตรกร รู้สึกว่าสนิทสนม และเป็นเพื่อนด้านการใช้น้ำ จะน้ำมาก น้ำน้อย ก็นึกถึง กรมชลประทาน นี่แหละอันดับแรก พอน้ำน้อย ก็ โอยปีนี้ ทำการเกษตร อย่างไรดี พอน้ำมาก น้ำล้น ก็ทำยังไงอีก น้ำมาเกิน เอาออกไป เอาออกไป
หน้าที่ของ " กรมชลประทาน" คือ จัดสรรน้ำเพื่อการเกษตรและอุปโภคบริโภค สร้างและดูแลระบบส่งน้ำ คลองส่งน้ำ และอ่างเก็บน้ำ เพื่อให้เกษตรกรมีน้ำใช้ในการทำนา ทำสวน ทำไร่ ตลอดจนส่งน้ำดิบให้การประปาส่วนภูมิภาคและการประปานครหลวง ผลิตน้ำประปาให้ประชาชนใช้อุปโภคบริโภคในบ้านเรือน
พอถึงฤดูน้ำมาก น้ำล้น ก็ต้อง ป้องกันและบรรเทาอุทกภัย (น้ำท่วม) บริหารจัดการเปิด-ปิดประตูระบายน้ำ ขุดลอกคลองเพื่อเพิ่มพื้นที่รับน้ำ ติดตั้งเครื่องสูบน้ำและเครื่องผลักดันน้ำในช่วงฤดูฝนเพื่อเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่ชุมชนและพื้นที่เกษตรกรรม
พอแล้ง ก็อย่างที่เกริ่นนำมา ต้องทำความเข้าใจกับการทำการเกษตรของพี่น้องเกษตรกร ซึ่งหน้าแล้ง กรมชลประทาน แจกจ่ายน้ำช่วยเหลือภัยแล้งจะจัดส่งรถยนต์บรรทุกน้ำไปแจกจ่ายให้กับประชาชนในพื้นที่ที่ขาดแคลนน้ำดื่มน้ำใช้ และสูบน้ำช่วยเหลือพื้นที่การเกษตรที่กำลังจะยืนต้นตาย
ยังป้องกันน้ำเค็มรุกคุกคาม ควบคุมการเปิด-ปิดประตูระบายน้ำบริเวณชายฝั่งหรือปากแม่น้ำ เพื่อดันน้ำเค็มไม่ให้เข้ามาทำลายพืชผลทางการเกษตรและไม่ให้ปนเปื้อนในแหล่งน้ำดิบสำหรับผลิตน้ำประปา
อีกทั้ง ยังเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจ: อ่างเก็บน้ำและเขื่อนหลายแห่งของกรมชลประทานถูกพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยว จุดชมวิว สถานที่ปั่นจักรยาน และพื้นที่ทำกิจกรรมหย่อนใจของคนในท้องถิ่นหลากหลายแห่ง
พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศ ภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงมีพระราชดำรัส แก่กรมชลประทาน
“ปฏิบัติงานของกรมชลประทาน เหมือนการปิดทองหลังพระ หากแต่เมื่อปิดไปนานๆ ทองก็จะไหลออกมาหน้าพระเอง”
เราเชื่อว่า ข้าราชการ ตลอดจนเจ้าหน้าที่ กรมชลประทาน ยึดถือหลัก "ปิดทองหลังพระ" มาโดยตลอด เมื่อเกิดเหตุอุทกภัยที่ไหน กรมชลประทาน และเครื่องไม้เครื่องมือ ตลอดจนเจ้าหน้าที่ ที่มีอยู่ทั่วประเทศ สามารถปฏิบัติงานได้ทันสถานการณ์ ทันท่วงที เป็น "พระเอก" และเป็นข้าราชการของแผ่นดิน ทำหน้าที่ปิดทองหลังพระอย่างแท้จริง
เราอยากให้ประชาชน ได้ทำความรู้จักกับ เครื่องมือหรือเครื่องจักรกลหลักที่กรมชลประทานใช้ช่วยเหลือประชาชนเมื่อเกิดภาวะน้ำท่วม
เครื่องสูบน้ำและเครื่องผลักดันน้ำ เพื่อเร่งระบายน้ำและบรรเทาความเดือดร้อนจากภัยน้ำท่วมให้กับประชาชน โดยทางสำนักเครื่องจักรกล กรมชลประทาน จะมีกลุ่มเครื่องจักรและเครื่องมือสนับสนุนหลักที่ทำงานร่วมกันในภาวะอุทกภัย ดังนี้
1. เครื่องสูบน้ำ (Water Pumps)
เป็นหัวใจหลักในการดึงน้ำออกจากพื้นที่ลุ่มต่ำ ชุมชน หรือพื้นที่การเกษตรที่น้ำท่วมขัง มีทั้งแบบสถานีถาวรและแบบเคลื่อนที่
• เครื่องสูบน้ำแบบเคลื่อนที่ (Mobile Pumps): มีความคล่องตัวสูง สามารถเคลื่อนย้ายไปติดตั้งตามจุดเสี่ยงต่าง ๆ ได้ทันที มีทั้งระบบขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ดีเซลและระบบไฟฟ้า
• เครื่องสูบน้ำส่งถ่ายกำลังด้วยระบบไฮดรอลิก (Hydraulic Pumps): นิยมใช้ในพื้นที่ที่เข้าถึงยากหรือต้องการกำลังส่งสูง
• ขนาดที่นิยมใช้: มีหลากหลายขนาดตั้งแต่ขนาดท่อ 8 นิ้ว, 10 นิ้ว, 12 นิ้ว ไปจนถึงขนาดยักษ์ 14–16 นิ้ว เพื่อเพิ่มปริมาณการสูบน้ำต่อชั่วโมงให้ได้มากที่สุด
2. เครื่องผลักดันน้ำ (Water Jet Pumps / Hydroflo Pumps)
เป็นเครื่องมือสำคัญในกรณีที่ต้องการเร่งความเร็วในการระบายน้ำในลำน้ำหรือคลองให้ไหลออกสู่ทะเลหรือแม่น้ำสายหลักได้เร็วขึ้น โดยจะนำไปติดตั้งตามสะพานหรือจุดคอคอดของลำน้ำเพื่อทำหน้าที่เพิ่มแรงส่งและเพิ่มอัตราการไหลของน้ำให้ไหลไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว ลดการเอ่อล้นตลิ่ง
3. เครื่องจักรกลหนักสนับสนุนและยานพาหนะ
นอกเหนือจากเครื่องมือระบบน้ำแล้ว ยังต้องใช้เครื่องจักรกลหนักในการเปิดทางน้ำและกู้ภัยร่วมด้วย ได้แก่:
• รถขุดไฮดรอลิก (รถแบคโฮ): ใช้ขุดลอกคลอง กำจัดวัชพืช สิ่งกีดขวางทางน้ำ และสร้างคันกั้นน้ำชั่วคราว
• รถเครน / รถยก: ใช้สำหรับยกหรือย้ายเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่ไปติดตั้งในจุดต่าง ๆ
• รถบรรทุกน้ำ / รถบรรทุกเทท้าย: ใช้ขนย้ายดินทรายเพื่อทำคันกั้นน้ำ หรือขนส่งเครื่องมือ
• เรือขุดและเรือกำจัดวัชพืช: เร่งขุดลอกตะกอนดินและผักตบชวาที่ขวางทางเดินน้ำ
หนึ่ง ใน"ผู้ปิดทองหลังพระ " ที่เรา ได้ไปพบพูดคุยกับท่านเมื่อวันก่อน "ทวีวัฒน์ สืบสุขมั่นสกุล" เมื่อครั้งรับตำแหน่ง ผู้อำนวยการสำนักงานเครื่องจักรกล กรมชลประทานนายช่าง มาดนิ่ง สุขุม ใจดี ลูกน้องรัก พื้นเพเป็นชาวปักษ์ใต้ เกิดและเติบโตที่จังหวัด นครศรีธรรมราช จบการศึกษาจากโรงเรียนประจำจังหวัดเบญจมราชูทิศเข้าศึกษาต่อด้านชลประทาน วิทยาลัยการชลประทาน รุ่นที่44 มีความมุ่งมั่นในการบริหารราชการชลประทาน เขาเติบโตในสายชลประทาน ทั้งทางด้านก่อสร้างและการบริหารและจัดการ
กว่า 30 ปี ที่ข้าราชการของแผ่นดิน ได้รับการส่งเสริมให้เข้ารับ ตำแหน่งสำคัญๆ อาทิ ผู้อำนวยการสำนักชลประทานที่ 4 จงหวัดกำแพงเพชร ผู้อำนวยการสำนักสำรวจทางวิศวกรรมและธรณีวิทยา ก่อนผงาดได้รับความไว้วางใจขึ้นดำรงตำแหน่งสำคัญผู้อำนวยการสำนักเครื่องจักรกล กรมชลประทาน ในเวลาต่อมา
"ทวีวัฒน์" เผยเคล็ดลับในการบริหารการชลประทาน ให้ประสบความสำเร็จ นอกจากความเป็นนักสู้ที่ ไม่ยอมแพ้ต่อการแก้ปัญหาน้ำตามสายงานเขายังใส่ใจในรายละเอียดของงาน ให้กำลังใจผู้ร่วมงานทุกระดับ มีทัศนคติทำงานแบบบูรณาการประสานเป็นหนึ่งยิ่งไปกว่านั้นเขายังเชื่อมั่นในพลังการเป็นข้าของแผ่นดิน แม้ต้องทำงานหนักอยู่เบื้องหลัง เสมือนการปิดทองหลังพระเป้าหมายสำคัญคือการผลักดัน การชลประทานที่เขารักให้ประสบความสำเร็จเพื่อแผ่นดิน บรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน
หากพื้นที่ใดได้รับความเดือดร้อนหรือต้องการความช่วยเหลือด้านเครื่องจักรกลสนับสนุนน้ำท่วม สามารถแจ้งเรื่องได้ที่โครงการชลประทานใกล้บ้าน หรือโทรสายด่วนกรมชลประทาน 1460











