เมื่อ : 06 เม.ย. 2569 , 27 Views
ทำไมเราถึงเป็นมะเร็งปอด…ทั้งที่ไม่ได้สูบบุหรี่?

บทความสุขภาพเพื่อการป้องกันและตระหนักรู้ของสังคมไทย  
โดย  รศ.นพ.ศิระ เลาหทัย
 

ศัลยแพทย์ทรวงอกจากศูนย์ผ่าตัดส่องกล้อง

โรงพยาบาลวชิรพยาบาล
รศ.นพ.ศิระ เลาหทัย ศัลยแพทย์ทรวงอกจากศูนย์ผ่าตัดส่องกล้อง โรงพยาบาลวชิรพยาบาล กล่าวว่ามะเร็งปอดยังคงเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับต้น ๆ ของคนไทย และทั่วโลกมาอย่างต่อเนื่อง สิ่งที่น่าสนใจคือ ในปัจจุบันเราเริ่มพบผู้ป่วยมะเร็งปอดในกลุ่ม “ไม่สูบบุหรี่” เพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะในผู้หญิงเอเชีย ทำให้เกิดคำถามสำคัญว่า หากไม่ได้สูบบุหรี่ แล้วเหตุใดจึงยังเป็นมะเร็งปอดได้ ในอดีตการสูบบุหรี่ถือเป็นปัจจัยเสี่ยงหลักของมะเร็งปอด เนื่องจากในควันบุหรี่มีสารก่อมะเร็งจำนวนมากที่ทำลายเซลล์ปอดโดยตรง อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันพบว่ามีปัจจัยอื่น ๆ ที่มีบทบาทสำคัญไม่แพ้กัน โดยเฉพาะมลพิษทางอากาศ เช่น ฝุ่นขนาดเล็ก PM2.5 ซึ่งสามารถแทรกซึมลึกเข้าสู่ถุงลมปอด ทำให้เกิดการอักเสบเรื้อรัง และกระตุ้นให้เกิดการกลายพันธุ์ของเซลล์ในระยะยาว 


นอกจากนี้ ควันบุหรี่มือสอง (ควันที่ผู้สูบบุหรี่พ่นลมหายใจออกมา รวมถึงควันที่เกิดจากการเผาไหม้บุหรี่ เป็นการสัมผัสปริมาณมากในระยะเวลาสั้น ๆ) และการสัมผัสสารเคมีในสิ่งแวดล้อมหรือสถานที่ทำงาน เช่น แร่ใยหิน หรือก๊าซเรดอน รวมถึงควันจากการเผาไหม้ภายในบ้าน ก็ล้วนเป็นปัจจัยที่เพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งปอดได้โดยที่หลายคนอาจไม่รู้ตัวและ


อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญคือ “พันธุกรรม” และการกลายพันธุ์ของยีนในเซลล์ปอด ซึ่งสามารถเกิดขึ้นได้เองตามธรรมชาติ หรือถูกกระตุ้นจากสิ่งแวดล้อม ยกตัวอย่างเช่น การกลายพันธุ์ของยีนบางชนิดที่พบได้บ่อยในผู้ป่วยเอเชียที่ไม่สูบบุหรี่ ส่งผลให้เซลล์ปอดเจริญเติบโตผิดปกติและพัฒนาเป็นมะเร็งในที่สุด ซึ่งสิ่งที่ควรตระหนักคือ มะเร็งปอดในระยะแรกมักไม่มีอาการ หรือมีอาการเพียงเล็กน้อย เช่น ไอเรื้อรัง เหนื่อยง่าย หรือเจ็บหน้าอกเล็กน้อย ทำให้ผู้ป่วยจำนวนมากมาพบแพทย์ในระยะที่โรคลุกลาม
แล้ว ซึ่งส่งผลต่อโอกาสในการรักษา
 

อย่างไรก็ตาม ข่าวดีคือ หากสามารถตรวจพบมะเร็งปอดได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น โอกาสในการรักษาให้หายขาดยังมีสูงมาก โดยปัจจุบันมีเทคโนโลยีการตรวจคัดกรองด้วยเครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ความละเอียดต่ำ (Low-dose CT scan) ที่สามารถตรวจพบก้อนผิดปกติขนาดเล็กในปอดได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น รวมถึงเทคนิคการผ่าตัดส่องกล้อง (VATS) ซึ่งเป็นการผ่าตัดแผลเล็ก เจ็บน้อย และฟื้นตัวเร็ว ช่วยให้ผู้ป่วยกลับไปใช้ชีวิตตามปกติได้เร็วขึ้น


ดังนั้น การป้องกันมะเร็งปอดจึงไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการงดสูบบุหรี่เท่านั้น แต่รวมถึงการหลีกเลี่ยงมลพิษ การดูแลสุขภาพปอด และที่สำคัญคือ “การตรวจคัดกรองอย่างเหมาะสม” โดยเฉพาะในกลุ่มที่มีความเสี่ยง


ท้ายที่สุด มะเร็งปอดไม่ใช่โรคที่ไกลตัวอย่างที่หลายคนคิด การตระหนักรู้และใส่ใจสุขภาพตั้งแต่วันนี้ อาจเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยให้เราสามารถป้องกัน หรือค้นพบโรคได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น และเพิ่มโอกาสในการรักษาได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 

เพราะการรู้เร็ว คือโอกาสในการรักษาที่ดีที่สุด ติดตามข่าวสารของ รศ.นพ.ศิระ เลาหทัย (ศัลยแพทย์ทรวงอก)ได้ที่เฟซบุ๊ก : ผ่าตัดปอดโดยรศ.นพ.ศิระ เลาหทัย หรือ Youtube : ผ่าตัดปอด หรือ Lineid:@lungsurgeryth หรือเว็บไซต์ https://www.siradoctorlung.comได้ทุกช่องทาง

 

ข่าวอื่นๆ ที่น่าสนใจ