DPU จัดอบรม Midjourney: AI สำหรับการสร้างสรรค์คอนเทนต์ของสายครีเอทีฟ” เสริมศักยภาพอาจารย์และบุคลากรสายครีเอทีฟ


เมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2568 มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (DPU) โดยสายงานวิชาการ และ กลุ่มคณะนิเทศศาสตร์ คณะศิลปกรรมศาสตร์ และวิทยาลัย ANT ได้จัดอบรมเชิงปฏิบัติการในหัวข้อ "Midjourney: AI สำหรับการสร้างสรรค์คอนเทนต์ของสายครีเอทีฟ" เพื่อเสริมสร้างความรู้และทักษะด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) ให้กับคณาจารย์ และบุคลากร รองรับการเปลี่ยนแปลงในอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ยุคดิจิทัล งานในครั้งนี้ได้รับเกียรติจากวิทยากรโดย อาจารย์สุชาติ มาลาล้ำ ผู้ก่อตั้ง Midjourney Prompt Trick และ Creator AI Thailand พร้อมทีมวิทยากร อาจารย์เมธากวี สีตบุตร Visual Designer ผู้ดูแลเพจ Midjourney Thailand และอาจารย์ธตรฐ ชูรัตน์ 3D & VFX Artist เข้าร่วมการบรรยาย ณ อาคาร 2 ห้อง Smart Classroom มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์
อาจารย์กอบกิจ ประดิษฐผลพานิช คณบดีกลุ่มวิชาการ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ กล่าวเปิดงานว่า การพัฒนาเทคโนโลยีดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ (AI) มีบทบาทสำคัญในทุกภาคส่วนของอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ ตั้งแต่งานศิลปะ การออกแบบ ไปจนถึงภาพยนตร์และสื่อดิจิทัล สถาบันการศึกษาจึงต้องปรับตัวและพัฒนาศักยภาพของคณาจารย์ และบุคลากร ให้สามารถใช้เทคโนโลยีเหล่านี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
โดยการอบรมครั้งนี้มุ่งเน้นไปที่การให้ความรู้เกี่ยวกับ Midjourney ซึ่งเป็นเครื่องมือ AI ที่ช่วยสร้างสรรค์คอนเทนต์ภาพในสายครีเอทีฟ ทั้งคณะนิเทศศาสตร์ คณะศิลปกรรมศาสตร์ และวิทยาลัยครีเอทีฟดีไซน์ แอนด์ เอ็นเตอร์เทนเมนต์เทคโนโลยี ตลอดจนสายวิชาการที่เกี่ยวข้อง พร้อมกับเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมได้ทดลองใช้เทคนิค AI-Enhanced Visual Effects เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการใช้ AI ในการสร้างสรรค์คอนเทนต์ เรียนรู้แนวทางการใช้งาน Midjourney สำหรับงานศิลปะ ภาพยนตร์ และการออกแบบ รวมทั้งเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมทดลองใช้เทคนิค AI-Enhanced Visual Effects ซึ่งกำลังเป็นที่สนใจในอุตสาหกรรม
การอบรมได้รับเกียรติจาก อาจารย์สุชาติ มาลาล้ำ ผู้เชี่ยวชาญด้าน AI Art และ AI Cinematic ซึ่งเป็นบุคคลสำคัญในการพัฒนาและเผยแพร่เทคนิคการใช้ AI ในวงการครีเอทีฟของประเทศไทย โดยอาจารย์สุชาติ มีประสบการณ์และผลงานโดดเด่นในด้าน AI Art Visual Effects และการสร้างชุมชน Creator AI Thailand ซึ่งเป็นเครือข่ายสำคัญสำหรับผู้ที่สนใจเทคโนโลยี AI เพื่อการสร้างสรรค์
“การอบรมครั้งนี้จะช่วยเปิดมุมมองใหม่ ๆ เกี่ยวกับการใช้ AI ในอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ ผู้เข้าร่วมจะได้รับความรู้ที่สามารถนำไปต่อยอดได้จริง รวมถึงได้รับแรงบันดาลใจในการพัฒนาผลงานของตนเองด้วยเทคโนโลยี AI เพื่อเพิ่มขีดความสามารถของบุคลากรในอุตสาหกรรมสร้างสรรค์”อาจารย์กอบกิจ กล่าว
ด้านอาจารย์สุชาติ วิทยากรกล่าวว่า ในช่วงแรกของการศึกษาเกี่ยวกับ AI สำหรับงานครีเอทีฟนั้น ข้อมูลและแหล่งความรู้ยังมีอยู่อย่างจำกัด โดยเฉพาะในประเทศไทย ส่งผลให้การก่อตั้งกลุ่มเพื่อแลกเปลี่ยนความรู้ต้องเริ่มต้นที่ต่างประเทศก่อน ด้วยความมุ่งมั่นในการพัฒนาองค์ความรู้ด้าน AI และการสร้างสรรค์คอนเทนต์ กลุ่ม Midjourney ได้กลายเป็นแหล่งรวมผู้เชี่ยวชาญและนักสร้างสรรค์เข้ามาแลกเปลี่ยนความรู้และเทคนิคต่างๆ
ปัจจุบัน กลุ่มดังกล่าวสามารถเข้าถึงได้ง่ายผ่าน Midjourney ทาง Facebook ปัจจุบันมีสมาชิกอยู่ประมาณ 290000 คน โดยตนเองมีผลงานภาพยนตร์ไทยกว่า 20 เรื่อง และได้เข้าร่วมเป็นวิทยากรในมหาวิทยาลัยหลายแห่ง ตลอดจนมีส่วนร่วมในนิทรรศการศิลปะ AI ต่างๆ
โดยคุณเมธากวี หนึ่งในผู้ดูแลเพจ Midjourney Thailand ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการบริหารจัดการกลุ่ม และเผยแพร่ความรู้ด้าน AI และ คุณธตรฐ เป็นผู้เชี่ยวชาญด้าน CG และ Visual Effects สำหรับภาพยนตร์ ก่อนที่จะหันมาประยุกต์ใช้ AI เป็นเครื่องมือในการพัฒนาผลงานด้านสื่อดิจิทัล ทีมงานเหล่านี้เป็นบุคคลสำคัญที่ช่วยผลักดันให้กลุ่มเติบโตอย่างแข็งแกร่ง และเป็นแหล่งข้อมูลสำคัญสำหรับนักสร้างสรรค์ที่ต้องการพัฒนาองค์ความรู้เกี่ยวกับ AI
ส่วนวิธีการทำ "Prompt" คือชุดคำสั่งที่ใช้สื่อสารกับ AI เพื่อให้สามารถสร้างสรรค์งานตามที่ต้องการ โดย แตกต่างจากโค้ดดิ้งแบบดั้งเดิม ตรงที่ไม่จำเป็นต้องใช้ภาษาโปรแกรมที่ซับซ้อน แต่สามารถใช้ภาษามนุษย์ที่เข้าใจง่ายและสามารถใส่อารมณ์ (Mood & Tone) ลงไปในคำสั่งได้โดยตรง ก่อนหน้านี้ AI อาจทำงานได้เฉพาะตามคำสั่งโปรแกรมที่เขียนขึ้น แต่ปัจจุบัน Prompt ได้ยกระดับการสื่อสารระหว่างมนุษย์กับ AI โดยทำให้สามารถ ระบุรายละเอียด รูปแบบ สไตล์ และอารมณ์ ของงานศิลปะหรือเนื้อหาที่ต้องการสร้างได้อย่างแม่นยำ เช่น หากต้องการสร้างภาพเมืองปารีสในฤดูใบไม้ร่วง Prompt สามารถกำหนดองค์ประกอบต่างๆ ได้ เช่น ตัวละคร (Character) สถานที่ (Location) สไตล์ (Style) อารมณ์ (Mood & Tone)
ด้วยความสามารถของ AI ในการสร้างเนื้อหาและภาพใหม่ การนำ AI ไปใช้ในเชิงพาณิชย์จึงเป็นไปได้อย่างกว้างขวาง อย่างไรก็ตาม แต่ละแพลตฟอร์ม AI มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน เช่น บริษัทที่พัฒนา AI สำหรับอุตสาหกรรมยานยนต์ อาจเชี่ยวชาญด้านโมเดล 3 มิติของรถยนต์ AI ที่ออกแบบสำหรับแฟชั่น อาจสามารถสร้างภาพเสื้อผ้าหรือดีไซน์ใหม่ๆ ได้อย่างแม่นยำ AI สำหรับงานภาพยนตร์และเอฟเฟกต์พิเศษ ก็จะมีความสามารถเฉพาะตัวในด้านการสร้างสรรค์วิชวลเอฟเฟกต์
“มีความเข้าใจผิดเกี่ยวกับการสร้างภาพของ AI ว่าเป็นการดึงภาพจากอินเทอร์เน็ตมาปรับแต่งใหม่ แต่ในความเป็นจริง AI ไม่ได้ใช้วิธีการ "คัดลอก" หรือ "ตัดต่อ" ภาพที่มีอยู่ก่อนแล้ว แต่เป็นการ สร้างขึ้นใหม่ตั้งแต่ศูนย์ โดยอ้างอิงจากข้อมูลมหาศาลที่ถูกฝึกมาจากตัวอย่างภาพหลายล้านรูปแบบ AI จะวิเคราะห์และเรียนรู้องค์ประกอบของศิลปะ เช่น แสง เงา พื้นผิว และโครงสร้าง เพื่อสร้างภาพใหม่ที่เป็นต้นฉบับ” อาจารย์สุชาติ กล่าว