เมื่อ : 02 มี.ค. 2569 , 37 Views
ขายจริง – ดีลจริง - ขยายจริง! NIA เปิด “Global Startup Hub 2026” พาสตาร์ตอัปไทยลุยอาเชียน ชวนสมัครร่วมโครงการฯ ตั้งแต่วันนี้ - 15 มี.ค.69

เมื่อวันที่ 2 มี.คสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม แถลงเปิดตัวโครงการ “Global Startup Hub 2026” เพื่อเร่งเสริมขีดความสามารถการแข่งขันของสตาร์ตอัปไทยและต่างชาติ และยกระดับประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางนวัตกรรมของภูมิภาค โดย NIA มุ่งเชื่อมเครือข่ายภาครัฐ เอกชน นักลงทุน และพันธมิตรต่างประเทศ พร้อมพาสตาร์ตอัป “ลงสนามจริง” ในตลาดอาเชียน ผ่านกิจกรรมเข้มข้นตั้งแต่วางเป้าหมายที่วัดผลได้ เสริมความพร้อมด้านธุรกิจและการลงทุน ไปจนถึงจับคู่ธุรกิจและทดสอบตลาดกับองค์กรขนาดใหญ่ เพื่อสร้างผลลัพธ์เชิงพาณิชย์ที่เป็นรูปธรรม
 

ดร.กริชผกา บุญเฟื่อง ผอ.NIA เปิดเผยว่า ในโลกที่เทคโนโลยีหมุนเร็ว การแข่งขันไม่ได้อยู่ที่ไอเดียอย่างเดียว แต่อยู่ที่ความเร็วในการทำให้เทคโนโลยี “ไปถึงตลาด” และสร้างรายได้หรือความร่วมมือได้จริง โครงการ Global Startup Hub 2026 จึงถูกออกแบบภายใต้กลไก 4G (Groom–Grant–Growth–Global) เพื่อเร่งการเติบโตสตาร์ตอัปไทยที่วัดผลได้และขยายตลาดได้จริงในภูมิภาคอาเซียน พร้อมเชื่อมต่อแหล่งทุน นักลงทุน และพันธมิตร เพื่อเพิ่มโอกาสในการยกระดับธุรกิจสู่เวทีสากลอย่างเป็นรูปธรรม โครงการในปีที่ผ่านมาแสดงให้เห็นว่าการทำงานแบบ “เชื่อมตลาด–เชื่อมเงินทุน–เชื่อมพันธมิตร” ทำให้สตาร์ตอัปเกิดผลลัพธ์ที่วัดได้ โดยโครงการ Global Startup Hub 2025 มีผู้เข้าร่วมกิจกรรมกว่า 680 ราย เกิดการจับคู่ธุรกิจกว่า 300 ครั้ง และสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจรวม 94.5 ล้านบาท พร้อมยกระดับและส่งเสริมผู้ประกอบการในพื้นที่ 277 ราย และมีสตาร์ตอัป 20 รายที่สามารถสร้างรายได้หรือได้รับการลงทุน ซึ่งเป็นแรงส่งสำคัญให้ NIA เดินหน้าขยายผลโครงการในปี 2026 ให้เข้มข้นยิ่งขึ้น โดยมุ่งเน้นการผลักดันสตาร์ตอัปสู่โอกาสในตลาดอาเชียน และทำให้เกิดการต่อยอดเชิงพาณิชย์ที่จับต้องได้จริง

 

 “ไฮไลต์ของโครงการปีนี้อยู่ที่แนวคิด Thailand : Gateway to ASEAN ซึ่งออกแบบเป็นเส้นทางเร่ง สปีดสู่ผลลัพธ์เชิงพาณิชย์ เริ่มจากเวิร์กช็อปการตั้งเป้าหมายและตัวชี้วัดความสำเร็จขององค์กร (Objectives and Key Results: OKR Workshop) และการปรึกษาเชิงลึกแบบตัวต่อตัว (One-on-One Consultation) รวม 60 ชั่วโมง เพื่อวางเป้าหมายและตัวชี้วัดการเติบโตอย่างเป็นระบบ ต่อด้วย One-on-One Mentorship เชิงลึกรวม 300 ชั่วโมงจากผู้เชี่ยวชาญกว่า 20 ราย เพื่ออุดช่องว่างเชิงกลยุทธ์และเร่งการตัดสินใจทางธุรกิจ ก่อนเข้าสู่ Business Matching 60 ครั้ง และการผลักดันให้เกิด การทดสอบใช้งานจริง/ทดลองใช้โซลูชันร่วมกับองค์กรขนาดใหญ่ (Proof of Concept: PoC) เพื่อพิสูจน์ผลลัพธ์ในสถานการณ์จริง เพิ่มความน่าเชื่อถือ และเพิ่มโอกาสต่อยอดเป็นดีลทางธุรกิจ พร้อมเชื่อมโยงเครือข่ายภาครัฐและเอกชนผ่าน Ecosystem Tour และปิดท้ายด้วย Demo Day การนำเสนอผลงานต่อภาคเอกชนและนักลงทุนชั้นนำในภูมิภาคอาเชียน เพื่อขยายโอกาสการลงทุน ความร่วมมือ และการเติบโตในตลาดต่างประเทศอย่างเป็นรูปธรรม นอกจากนี้ โครงการยังจัดกิจกรรมสัมมนาส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพวิสาหกิจเริ่มต้นในพื้นที่กรุงเทพมหานครและเชียงใหม่ รวม 4 ครั้ง เพื่อผลักดันให้สตาร์ตอัปไทยก้าวสู่การเป็น Global Startups ครอบคลุมหัวข้อ AI และ IoT Semiconductor–EV–Mobility และ Energy–Sustainability–Climate Tech พร้อมยกระดับระบบนิเวศวิสาหกิจเริ่มต้นไทยผ่านความร่วมมือกับพันธมิตรระดับนานาชาติ เพื่อสร้าง “ทางลัด” ในการขยายฐานธุรกิจและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในระดับสากล” ดร.กริชผกา กล่าวและว่า

 

“สำหรับสตาร์ตอัปไทยและต่างชาติที่จดทะเบียนนิติบุคคลแล้ว มีผลิตภัณฑ์หรือบริการ พร้อมใช้งาน พร้อมขายจริง มีแผนธุรกิจที่พร้อมเติบโตทั้งในและต่างประเทศ และมีความพร้อมที่จะขยายตลาดสู่ภูมิภาคอาเซียนอย่างจริงจัง สามารถสมัครเข้าร่วมโครงการ Global Startup Hub 2026 ได้ตั้งแต่วันนี้ถึง 15 มี.ค.2569 โอกาสครั้งนี้จะพาสตาร์ตอัปไปเจอตลาดจริง พาร์ทเนอร์จริง และดีลจริง เพื่อเร่งการเติบโตให้เร็วขึ้น ชัดขึ้น และแข่งขันได้ในระดับภูมิภาค”